• Manow Journey

นั่งรถไฟไปเช็คอินชุมแสง​ นอนรถบ้านสุดชิลล์ที่​ พา​ทิ​โอ​ บูทิค​ เฮ้าส์​ คนละ 504 บาท

Updated: Feb 22

  • การเดินทางด้วยรถไฟ ตอบโจทย์ งบน้อย ได้เสมอ

  • ทริปนี้มะนาวก้าวเดินจะพาเที่ยวชุมชนเก่า ต่อด้วยที่พักหลักร้อย นอนรถบ้านคูลล์ๆ

ชุมแสง

  • เป็นอำเภอหนึ่งในจังหวัดนครสวรรค์ อยู่ห่างจากตัวเมืองนครสวรรค์ประมาณ 39 กิโลเมตร

  • อำเภอชุมแสงมีสถานที่ท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจหลายที่ มีบรรยากาศของความเป็นชุมชนริมน้ำที่เก่าแก่แต่งดงามคลาสสิก มีวิถีชีวิตของชาวตลาดที่เคยรุ่งเรืองมาก่อนในอดีต

Patio boutiquehouse(พา​ทิ​โอ​ บูทิค ​เฮ้าส์​)

  • บ้านพักที่มีรูปแบบไม่เหมือนใคร ออกแบบให้ผู้มาเยือนได้สนุกสบายเหมือนอยู่บ้าน

  • มีจักรยานปั่นเที่ยวเลาะริมแม่น้ำน่าน และสวนตาล

  • แนะนำ รถบ้าน เบอร์ 26 (ราคา 6oo บาท พร้อมอาหารเช้า)

ควรซื้อตั๋วรถไฟล่วงหน้าก่อนเดินทาง

  • สามารถไปซื้อตั๋วรถไฟได้ที่ทุกสถานีรถไฟ

  • สอบถามข้อมูลการรถไฟฯ กด Call Center 1690 ศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์ฯ

ขาไป

  • รถไฟขบวน 111 กรุงเทพ(หัวลำโพง) - เด่นชัย ลงที่ สถานีรถไฟชุมแสง

  • เวลาออกเดินทาง 7:00 น.ถึงสถานีรถไฟชุมแสง 11:51 น.

  • ราคา 102 บาท

ขากลับ

  • รถไฟขบวน 102

  • เวลาออกจากสถานีรถไฟชุมแสง 15:15 น. ถึงสถานีรถไฟกรุงเทพ(หัวลำโพง) 21:10 น.

  • ราคา 102 บาท

  • ก่อนเวลารถไฟออก 30 นาที ตรวจเช็คชานชาลา ไปยืนรอรถไฟให้เรียบร้อย

  • รถไฟเข้ามาจอด ก็ขึ้นไปหาเลขที่นั่งของเรากันได้เลย

  • เช้าๆนั่งเพลินๆแดดยังไม่ร้อน

  • บนรถไฟ มีอาหาร เครื่องดื่ม ขนม มาจำหน่ายตลอดเวลา ราคาไม่แพง

  • ผ่านสถานีรถไฟ นครสวรรค์ จะเห็นวิวสองฝั่งเป็นทุ่งนาสีเขียว

  • ถึง สถานีรถไฟ ทับกฤช เตรียมตัวลงรถไฟ

  • สถานีหน้า คือ สถานีชุมแสง จุดแรกของการเช็คอิน

16. จุดเช็คอิน ชุมชนชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์

  • ตามมะนาวก้าวเดินมา รับรองไม่หลง

1.สถานีรถไฟชุมแสง

  • สถานีรถไฟเล็กๆ ที่ยังคงมีกลิ่นไอของอดีต เป็นสถานีประจำอำเภอชุมแสง

  • สถานีสุดท้ายของจังหวัดนครสวรรค์ ในเส้นทางรถไฟสายเหนือ เป็นอีกหนึ่งมุมย้อนยุคในชุมแสง

  • ด้านหลังของสถานีรถไฟชุมแสง คือ สถานีขนส่ง

  • ที่เราจะกลับมาขึ้นรถเมล์ไปที่พัก พา​ ทิ​ โอ​ บูทิค ​เฮ้าส์​

2.ตลาดเก่าร้อยปีชุมแสง

  • ด้านหน้าของสถานีรถไฟชุมแสง คือ ตลาดเก่าร้อยปีชุมแสง เป็นชุมชนเก่าริมแม่น้ำน่านที่ยังเงียบสงบเรียบง่าย

  • จุดที่เราจะไปเช็คอิน เดินข้ามถนนแล้วตรงเข้าไปจนสุดถนนแสงทินกร

  • สุดถนนแสงทินกรเลี้ยวซ้าย ก็ถึงแล้วคะ 2 จุดเช็คอินที่ห้ามพลาด

3.ราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช

  • ตั้งอยู่บริเวณเขื่อนกั้นแม่น้ำน่านฝั่งตลาดชุมแสงเป็นถนนริมเขื่อนสำหรับชมทัศนียภาพบ้านเรือนและบรรยากาศริมแม่น้ำน่านประดิษฐานรูปหล่อพระองค์วันที่ 5 ธันวาคม 2545

  • สำนักงานเทศบาลเมืองชุมแสงจะมีการจัดงานประกอบพิธีสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์พระเจ้าตากสินมหาราชในวันที่ 28 ธันวาคม ของทุกปี(ซึ่งเป็นวันปราบดาภิเษกเป็นกษัตริย์ครองกรุงธนบุรี)

4.สะพานหิรัญนฤมิต

  • สร้างขึ้นเมื่อปี พศ.2552 เพื่ออำนวยความสะดวก และความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินให้กับนักเรียน และประชาชนที่ต้องเดินทางไปและกลับของสองฝั่งแม่น้ำ

  • โดยห้ามรถยนต์ 4 ล้อวิ่งผ่าน อนุญาตเฉพาะจักรยาน มอเตอร์ไซค์ และเดินเท้าเท่านั้น

  • เดินย้อนกลับมา ถนนเลียบแม่น้ำน่าน

  • ละคร“กรงกรรม” นำเสนอเรื่องราวของตัวละครต่าง ๆ ซึ่งเกิดขึ้นในพื้นที่อำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์

  • จากที่หลายคนได้รับชมละครกันไป จะเห็นได้ว่ามีความเป็นชุมชนริมน้ำที่เก่าแก่แต่งดงามคลาสสิก มีวิถีชีวิตของชาวตลาดที่เคยรุ่งเรืองมาก่อนในอดีต

  • จากเดิมที่พื้นที่ชุมแสงแห่งนี้เป็นเพียงแค่พื้นที่เล็ก ๆ แห่งหนึ่ง แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นที่รู้จักของใครหลาย ๆ คนอย่างมาก

  • เริ่มมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเดินทางมาสัมผัสกับบรรยากาศที่ชุมแสงแห่งนี้

  • เดินเลียบแม่น้ำน่านมาเรื่อยๆจะถึง

5.ชุมแสงแกลอรี่

  • พิพิธภัณฑ์ในตำบล ชุมแสง

6.ศาลเจ้าพ่อ-เจ้าแม่ชุมแสง

  • ศรัทธาชาวชุมแสงผู้คุ้มครองป้องภัย

  • “ทุกครั้งที่เกิดเหตุร้ายกับชุมแสง” มีความเชื่อศรัทธากันว่า เจ้าพ่อเจ้าแม่จะช่วยพิทักษ์ให้เหตุร้ายกลายเป็นดีได้ทุกคราวไป เช่น เมื่อครั้งเกิดไฟไหม้ตลาดชุมแสง ทำท่าว่าจะลุกไหม้บ้านเรือนไม้ไปทั้งเมือง ขณะชาวบ้านร่วมกันดับไฟก็พร้อมใจกันอธิษฐานถึงเจ้าพ่อเจ้าแม่ ไม่นานไฟถึงดับสนิทลงทันที

  • ในแต่ละปีชาวชุมแสงจะจัดงานสมโภชเจ้าพ่อ - เจ้าแม่ชุมแสง เป็นการจัดงานประจำปีที่ใหญ่ยิ่งของชาวชุมแสง ต่อเนื่องเป็นเวลาเกือบกว่า 100 ปี

  • เดินย้อนกลับมา เลี้ยวซ้ายเข้าถนนแสงศศิธร ข้าง ชุมแสงแกลอรี่

7.โรงแรม แก้วชัย

  • เมื่อ 50กว่าปีที่แล้ว ถือเป็นโรงแรมใหญ่มากของชุมแสง แต่โรงแรมต่างๆได้พากันปิดกิจการไปหมดแล้ว บ้างก็เปลี่ยนอาชีพ บ้างก็อพยพไปอยู่จังหวัดอื่น แต่แก้วชัยยังคงเปิดดำเนินการอยู่

  • เพื่อเป็นอนุสรณ์ที่บรรพบุรุษได้ก่อตั้งไว้ โดยมิได้คำนึงถึงจะคุ้มทุนหรือไม่ โดยได้ยึดราคาห้องพักจากอดีตถึงปัจจุบัน

8.ร้านทองแม่ยวน

  • ร้านทอง ยี่ห้อฉั่วเม้งสูน เป็นร้านทองเก่าแก่ ที่ขายทอง เป็นทองใบใหญ่ ที่เป็นเอกลักษณ์โดดเด่นในยุคสมัยนั้น

  • ตู้ขายทองสมัย 2468 เมื่อ 94 ปีที่แล้ว ปัจจุบันยังคงเปิดดำเนินกิจการอยู่

9.ศรีสุวรรณโอสถ

  • ร้านขายยาเก่าแก่ประจำเมืองชุมแสง

  • ร้าน ศรีสุวรรณโอสถ เป็นร้านขายยาสมุนไพร ที่ยังคงเปิดขายจนถึงทุกวันนี้

  • เอกลักษณ์ ที่โดดเด่น จนเป็นที่สะดุดตา และกลายเป็นจุด Check in ไปแล้ว คือ ที่ตั้งของร้านที่อยู่ตรงมุมตัดกัน ของถนนพอดี ลักษณะการทำผนังแบบหน้าตัดสามเหลี่ยม ออกมาดูงดงามเป็นเอกลักษณ์

10.ตรอกเรณู

  • เป็นตรอกเชื่อมระหว่างตลาดชุมแสง ไม่มีชื่อ

  • ละคร กรงกรรมมีกล่าวถึงตรอกนี้ไว้ ณ ตลาดชุมแสง จึงมีการตั้งชื่อว่าตรอกเรณูตามละคร

  • เดินมาตั้งหลักที่ สถานีรถไฟชุมแสง เลี้ยวขวา ตรงไปยาวๆจะมีของอร่อยเพียบ

11.สตรีทฟู้ด

  • ต้องยอมรับเลยว่า อร่อยทุกร้าน เพราะพ่อค้าแม่ขาย ยังคงการปรุงอาหารที่ได้มาจากบรรพบุรุษจากรุ่นสู่รุ่น ผู้คนยังคงใช้ชีวิตกันตามวิถีดั้งเดิม

  • ถนนเส้นนี้ จะมีอาหารขายตั้งแต่เช้าถึงเย็น เด็ดทุกร้าน

  • มาช้า สลิ่มหมดนะจ๊ะ

  • เดินเลยสี่แยกมา ถึง เทศบาลเมืองชุมแสง

12.ร้านครัวแม่แกลบ

  • เป็นร้านอาหารขึ้นชื่อของอำเภอ​ชุมแสง​

  • อาหารประเภท​ปลาน้ำจืดมากมาย​ ราคาคุ้มค่า​ รสชาติ​ถูกใจ

  • หมดนี้ 400 บาท รับประทานได้ 4 ท่าน

  • ขากลับเดินผ่านสตรีทฟู้ด ซื้ออาหารติดมือเข้าไปที่พัก สำหรับมื้อเย็นวันนี้

  • เดินผ่านสถานีรถไฟไปด้านหลัง ขึ้นรถเมล์ที่จะไป จังหวัดนครสวรรค์

  • ค่ารถคนละ 15 บาท บอกกระเป๋ารถเมล์ ว่าจะลงที่ พาทิโอ บูทิค เฮ้าส์ (บ้านท่าจันทร์)

  • ลงรถเมล์ วิ่งข้ามถนนเข้าที่พักของเรา

13.Patio boutiquehouse

  • ถนน บ้านท่าจันทร์ หมู่ 1 ตำบล พันลาน อำเภอ ชุมแสง นครสวรรค์

  • https://bit.ly/2SRxX7q

  • 097-029-8998

  • 081-044-6981

  • บ้านพักที่มีรูปแบบไม่เหมือนใคร ออกแบบให้ผู้มาเยือนได้สนุก สบายเหมือนอยู่บ้าน

  • เป็นบ้านในสวน ที่มีความสดชื่นไปด้วยสีเขียว

  • มาเหนื่อยๆร้อนๆ ดื่มกาแฟหอมๆเค้กอร่อยๆกันก่อน

  • ร้านกาแฟเปิดทุกวัน

  • บรรยากาศแสนจะดี มุมถ่ายภาพมากมาย

  • มีห้องจัดเลี้ยง หัองสัมมนา ห้องคาราโอเกะไว้สำหรับท่านที่ต้องการมาพักแบบเป็นหมู่คณะ

  • มีบ้านพักอยู่บนต้นไม้ แห่งเดียวในจังหวัดนครสวรรค์

  • มีรถบ้านราคาประหยัดสำหรับท่านที่ต้องการบรรยากาศการพักผ่อนแบบการผจญภัย

  • รถบ้าน มี 3 คัน เบอร์ 25, 26 และ 27

  • ราคา 600 บาท พร้อมอาหารเช้า

  • พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก

  • - เครื่องปรับอากาศ

  • - ตู้เย็น

  • - ซิงค์ล้างจาน

  • - วิวสระบัว

  • ด้านหน้ารถบ้านมีเก้าอี้นั่งชมวิวสวน สบายๆ

  • ด้านในไม่กว้างแต่ไม่แคบจนเกินไป มีความสะอาดมาก

  • กาน้ำร้อน กาแฟ โอวันติน แก้ว ช้อน จาน พร้อม

  • ที่พักไม่มีร้านอาหาร จึงควรซื้อเข้ามา

  • อีกด้านคือห้องน้ำ

  • ขนาดโอเค

  • ในส่วนของที่อาบน้ำอาจจะไม่ได้กว้างมากแต่ก็ไม่ได้ลำบาก

  • โดยรวมแล้ว คุ้มค่ามากคะ ในราคา 600 บาท

  • ยังมีบ้านพักอีกหลายแบบ

  • ขึ้นไปชม บ้านต้นไม้ มุมสูงสวยมาก มองเห็นดงต้นตาล ทุ่งนา สีเขียวขจี

  • บ้านต้นไม้ใหญ่นี้ มี 3 ห้อง และมีสะพานเชื่อม อีกหลังมี 2 ห้อง

  • จักรยานให้ปั่นเล่นฟรี แต่ พรุ่งนี้ มะนาวก้าวเดิน ขอเดินเล่นชมชุมชนริมแม่น้ำน่าน

  • มีสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ไว้บริการ สำหรับลูกค้าที่เข้าพัก

  • ตื่นเช้ามาก็เพลินกับสายหมอกที่มาเยี่ยมเยือนถึงหน้าที่พัก

  • ยิ่งสาย ยิ่งสวย หมอกอ้อยอิ่ง ในทุ่งนาข้าวสีเขียวขจี

  • อากาศดีจริงๆเลยคะ ไม่ต้องขึ้นเขาสูงๆให้เหนื่อย เราก็เจอหมอก

  • เดินออกมาจากที่พัก เลี้ยวเข้าซอยข้างๆ เดินเที่ยวชมดงต้นตาล

  • หมอกยังชวนให้เราถ่ายภาพ

  • ต้นตาลสูงมาก ลองพยายามปีนขึ้นไป ไม่ไหวหวาดเสียวความสูง

  • ตั้งใจเดินไปให้ถึง วัดเกยไชยเหนือ

  • พี่ชาวบ้านขับรถซาเล้งผ่านมา ใจดี ให้เราสองคนติดรถไปด้วย

  • ลงจากรถขอบพระคุณน้ำใจที่พี่เค้ามาส่ง

  • เดินข้ามสะพานต่อมาอีกนิดก็ถึง

14.วัดเกยไชยเหนือ (บรมธาตุ)

15.พิพิธภัณฑ์ราชาจระเข้ยักษ์ “พญาด่างเกยไชย”

  • อาคารพิพิธภัณฑ์ราชาจระเข้ยักษ์ “พญาด่างเกยไชย” หลังนี้ พระครูนิธานปุญญาภิวัฒน์ (สมบุญ อาจิตปุญฺโญ)เจ้าอาวาสวัดเกยไชยเหนือ (บรมธาตุ) เจ้าคณะอำเภอชุมแสง พร้อมด้วยคณะกรรมการวัดเกยไชยเหนือ (บรมธาตุ) ชาวบ้านตำบลเกยไชย ตำบลท่าไม้ และตำบลใกล้เคียงของอำเภอชุมแสง ได้ร่วมแรงร่วมใจกันสร้างขึ้นเพื่อเป็นเอกลักษณ์ของบ้านเกยไชยที่มีความรุ่งเรืองจากอดีตจนถึงปัจจุบัน

  • ภายในอาคารชั้น ๑ เป็นอาคารที่จัดแสดงนิทรรศการ 5 โซน

  • ประกอบด้วย (1) ชาติ (2) ศาสนา (3) พระมหากษัตริย์ โดยมีการจัดแสดงพระราชกรณียกิจของพระองค์ที่มีต่อพสกนิกรชาวไทย รวมทั้งพระบรมฉายาลักษณ์ พระฉายาลักษณ์ และพระรูป พระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ (4) ประวัติความเป็นมาของราชาจระเข้ยักษ์ “พญาด่างเกยไชย” รวมทั้งข้อมูลที่เกี่ยวกับชาติพันธุ์ของจระเข้ (ทั้งจระเข้น้ำจืดและจระเข้น้ำเค็ม 23 สายพันธุ์ จากทั่วโลก)(5) มีห้องประชุมขนาดใหญ่

  • อาคารด้านบนชั้นที่ ๒ เป็นสถานที่จัดแสดงรูปปั้นราชาจระเข้ยักษ์ “พญาด่างเกยไชย” ซึ่งออกแบบและปั้นโดยช่างฝีมือท้องถิ่น คือ นายประเทือง แสงวิเศษ และคณะ รูปปั้นราชาจระเข้ยักษ์ “พญาด่างเกยไชย” มีขนาดลำตัว กว้าง 7.60 เมตร ยาว 44 เมตร และมีขนาดความสูง 6.30 เมตร ตามลำดับ ณ ปัจจุบันเป็นรูปปั้นจระเข้มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

16.๑ เดียวในสยามจุดนัดพบยม – น่าน

  • แม่น้ำน่านต้นกำเนิดอยู่ที่ทิวเขาหลวงพระบาง ทางทิศตะวันตกในเขต อ.ปัว จ.น่าน

  • ไหลไปทางทิศเหนือแล้วหักลงใต้ ผ่าน จ.อุตรดิตถ์ จ.พิษณุโลก จ.พิจิตร

  • แล้วไหลมารวมกับแม่น้ำยมที่หน้าวัดเกยไชยเหนือ (บรมธาตุ)

  • ก่อนที่จะไปรวมกับแม่น้ำปิง และแม่น้ำวัง ที่ ต.แควใหญ่ อ.เมืองจ.นครสวรรค์ ซึ่งเป็นต้นกำเนิดแห่งแม่น้ำเจ้าพระยา

  • แม่น้ำทั้งสองสายมีลักษณะที่แตกต่างอย่างเห็นได้ชัดแม่น้ำน่านจะมีสีแดงขุ่น เนื่องจากระยะทางที่แม่น้ำน่านไหลผ่านส่วนมากจะไหลผ่านบริเวณที่น้ำกัดเซาะและเกิดจากการ พังทลายของดินลูกรังดินดาน ทำให้มี สีแดงขุ่น ส่วนแม่น้ำยมจะมีสีเขียวใสเนื่องจากระยะทางที่แม่น้ำไหลผ่านจะเป็นที่ราบลุ่มดินทรายจึงทำให้น้ำมีสีเขียวใสแม่น้ำทั้งสองสายนี้เปรียบเสมือนสายโลหิตของประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณนี้

  • ขากลับก็โบกรถชาวบ้าน ให้มาส่งที่พัก ชาวบ้านน่ารัก แล้วแต่เราจะให้ค่าน้ำมันรถ

  • กิจกรรมยามเช้านี้ แนะนำให้ ปั่นจักรยานเล่นชิลล์ๆใกล้ที่พัก

  • หรือจะปั่นจักรยานไปถึงวัดเกยไชยเหนือ

  • ไป-กลับ รวมระยะทาง 7 ก.ม ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง

  • อาหารเช้า คือ ข้าวต้ม ไข่ลวก ขนมปัง ผลไม้

  • เช็คเอาท์ เรียบร้อยก็ยืนรอโบกรถเมล์ ฝั่งที่พัก เข้า ชุมแสง

  • รถเมล์วิ่งผ่านทุกชั่วโมง ตั้งแต่เช้าถึง 18:00 น.

  • ถึงสถานีรถไฟชุมแสง เดินหาอาหารรับประทาน นั่งรอ ขึ้นรถไฟกลับกรุงเทพฯ

  • รถไฟขบวน 102 เวลาออกจากสถานีรถไฟชุมแสง 15:15 น. ถึงสถานีรถไฟกรุงเทพ(หัวลำโพง) 21:10 น.

  • ทริปนี้เรียกว่าจ่ายน้อย แต่ คุ้มค่าในการมามาก

  • ชุมแสง มีทั้งชุมชนเก่า และ ที่พักสุดชิลล์

  • รอให้ทุกท่านไปเยี่ยมชม

  • ค่าใช้จ่าย(1คืน2ท่าน)

  • ขาไป รถไฟขบวน 111 กรุงเทพ-เด่นชัย ลงที่ สถานีรถไฟชุมแสง ราคา 102x2=204 บาท

  • ขากลับ รถไฟขบวน 102 ราคา 102x2=204 บาท

  • ค่ารถเมล์ไปที่พักและกลับ 15x4=60 บาท

  • ค่าที่พักรถบ้าน 600 บาท พร้อมอาหารเช้า

  • รวมค่าใช้จ่าย 1,008 บาท

  • หารสอง 504 บาท

  • ค่าอาหาร เครื่องดื่ม ต่างหาก

ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามแล้วไปเที่ยวด้วยกันต่อน่าคร่า

✔️เพจมะนาวก้าวเดิน https://web.facebook.com/manowjourney/

✔️กดติดตามช่อง YouTube มะนาวก้าวเดิน https://www.youtube.com/c/มะนาวก้าวเดิน

✔️ติดตามทุกการเดินทางของมะนาวก้าวเดิน www.manowjourney.com

✔️อ่านรีวิวการเดินทางทั้งหมดได้ที่ https://th.readme.me/id/ManOvv

✔️Line https://line.me/ti/p/CtgVWQ8cZw

✔️Flollvv แอปวางแผนการท่องเที่ยว และ สถานที่ท่องเที่ยว https://www.follovv.me

✔️ติดต่องาน06 6159 9649manowjourney@gmail.com


0 views
5901c1c8d55d0a2e19a67fcfDD.jpg
About Me

รักการท่องเที่ยว รักการนำเสนอ รักประเทศไทย ขอเป็นคนหนึ่งที่ ส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยค่ะ

รีวิวการเดินทางทั่วไทย ด้วยรถสาธารณะ

ติดต่องาน โทร. 06 6159 9649

manowjourney@gmail.com

 

© 2019 by Manow Vision Team, Bangkok.

  • YouTube มะนาวก้าวเดิน Channel
  • White Facebook Icon
  • Instagram Manowjourney